นอนไม่หลับ? 4 เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้หลับเร็ว

นอนไม่หลับ? 4 เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้หลับเร็ว

เราทุกคนเคยประสบกับการนอนบนเตียง พลิกไปพลิกมา นอนไม่หลับ การพยายามบังคับให้หลับมักทำให้แย่ลง ค้นพบ 4 วิธีที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าช่วยให้หลับได้ตามธรรมชาติเมื่อนอนไม่หลับ

ลุกออกจากเตียง (กฎ 15 นาที)

ถ้านอนไม่หลับหลังจาก 15-20 นาที ให้ลุกขึ้น การพลิกไปมาบนเตียงจะฝึกสมองให้เชื่อมโยง 'เตียง = นอนไม่หลับ' ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการนอนเรื้อรัง

ออกจากเตียงไปยังที่เงียบและมืด อ่านหนังสือหรือยืดเหยียดเบาๆ จนรู้สึกง่วง เมื่อง่วงมาถึง ค่อยกลับไปที่เตียง

Stimulus Control Therapy

วิธีนี้เป็นเทคนิคหลักของการบำบัดพฤติกรรมทางปัญญาสำหรับโรคนอนไม่หลับ (CBT-I) ฝึกสมองใหม่ให้เชื่อมโยงเตียงกับการนอนเท่านั้น

เทคนิค Paradoxical Intention

แทนที่จะพยายามนอน ลองพยายามตื่น วิธีที่ขัดแย้งนี้ช่วยลดความวิตกกังวลเรื่องการนอน

ขจัดความวิตกกังวลเรื่องการนอน

ความกดดันที่ว่า 'ฉันต้องนอน' ทำให้คุณตื่นตัว การตัดสินใจที่จะตื่นจะขจัดความกดดันนี้

กระตุ้นการตอบสนองแบบผ่อนคลาย

เมื่อคุณหยุดพยายามนอน ร่างกายและจิตใจจะผ่อนคลายตามธรรมชาติ และความง่วงจะมาถึง

วิธีฝึกปฏิบัติ

นอนลงหลับตาและบอกตัวเองว่า 'ฉันจะไม่นอนแน่นอน' แปลกแต่จริง การนอนหลับจะมาในไม่ช้า

เทคนิคการหายใจ 4-7-8

เทคนิคการหายใจ 4-7-8 เป็นวิธีที่ทรงพลังที่กระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะผ่อนคลาย

  • หายใจเข้าทางจมูก 4 วินาที
  • กลั้นหายใจ 7 วินาที
  • หายใจออกช้าๆ ทางปาก 8 วินาที
  • ทำซ้ำวงจรนี้ 4 ครั้ง
  • ผลการผ่อนคลายจะปรากฏภายใน 2-3 นาที

พัฒนาโดย Dr. Andrew Weil เทคนิคการหายใจนี้ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดและลดอัตราการเต้นของหัวใจ มีประสิทธิภาพในการช่วยให้หลับเร็ว

เทคนิค Cognitive Shuffling

วิธีนี้เกี่ยวข้องกับการนึกภาพสุ่มเพื่อเบี่ยงเบนความคิด มีประสิทธิภาพสูงในการบล็อกความกังวลและความคิดที่วิ่งไปมา

เลือกคำ

เลือกคำง่ายๆ (เช่น 'SLEEP') และนึกถึงสิ่งของที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรแต่ละตัวแบบสุ่ม

นึกภาพ

S-ดอกทานตะวัน, L-บันได, E-ช้าง... นึกภาพสิ่งของที่ไม่เกี่ยวข้องกันแบบไม่เรียงลำดับ

บล็อกการวิเคราะห์

ภาพสุ่มจะรบกวนความคิดเชิงตรรกะและทำลายวงจรความกังวล

เปลี่ยนผ่านสู่การนอนหลับตามธรรมชาติ

เมื่อสมองโฟกัสที่ภาพสุ่ม มันจะเปลี่ยนผ่านสู่สภาวะคล้ายฝันตามธรรมชาติ

สิ่งที่ไม่ควรทำ

นี่คือพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อนอนไม่หลับ มันทำให้สถานการณ์แย่ลง

  • ดูนาฬิกาและคำนวณเวลานอนที่เหลือ - เพิ่มความวิตกกังวลเท่านั้น
  • เช็คสมาร์ทโฟน - แสงสีฟ้าระงับการผลิตเมลาโทนิน
  • ทำงานหรือดูทีวีบนเตียง - ทำให้เตียงกลายเป็นโซนกิจกรรม
  • ดื่มแอลกอฮอล์ - ทำให้ง่วงตอนแรกแต่ลดคุณภาพการนอน
  • ชดเชยด้วยการงีบ - รบกวนจังหวะการนอนกลางคืนมากขึ้น

ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของคุณ

เพียงแค่ตรวจสอบสภาพแวดล้อมการนอนก็สามารถปรับปรุงคุณภาพการนอนได้อย่างมาก

1

ตรวจสอบอุณหภูมิ

อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการนอนคือ 18-20°C ถ้าร้อนหรือเย็นเกินไปจะนอนหลับยาก

2

บล็อกแสง

แม้แต่ไฟ LED เล็กๆ ก็สามารถรบกวนการนอนได้ ใช้ผ้าม่านทึบแสงหรือที่ปิดตา

3

จัดการเสียง

ถ้าเสียงกะทันหันเป็นปัญหา ใช้ white noise หรือที่อุดหู

4

ตรวจสอบที่นอน

ให้แน่ใจว่าหมอนและที่นอนสบาย ที่นอนเก่าลดคุณภาพการนอน

5

เอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออก

เก็บสมาร์ทโฟนไว้นอกห้องนอนหรือให้พ้นมือ

สัญญาณของโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง

การนอนไม่หลับเป็นครั้งคราวเป็นเรื่องปกติ แต่ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหากอาการเหล่านี้ยังคงอยู่

  • ปัญหาการนอนเกิดขึ้น 3+ ครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลา 3+ เดือน
  • อ่อนเพลียรุนแรงในตอนกลางวันและมีปัญหาในการจดจ่อ
  • ปัญหาการนอนรบกวนชีวิตประจำวัน
  • มีอาการวิตกกังวลหรือซึมเศร้าร่วมด้วย

ลองทำคืนนี้

การพยายามบังคับให้หลับเมื่อนอนไม่หลับนั้นไม่ได้ผล เลือกหนึ่งใน 4 เทคนิคข้างต้นที่เหมาะกับคุณและลองทำคืนนี้

ปัญหาการนอนไม่หลับชั่วคราวส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หากปัญหายังคงอยู่ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอน

⚠️ ประกาศสำคัญ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ใช่การทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญ การวินิจฉัย หรือการรักษา หากคุณสงสัยว่าคุณมีความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับหรือภาวะสุขภาพใดๆ กรุณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ

Good Night Lock

ก้าวแรกสู่การนอนหลับที่ดีขึ้น

สร้างนิสัยการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพกับ Good Night Lock

ดาวน์โหลด Good Night Lock